เลือกใช้ค่าความต้านทาน

เลือกใช้ค่าความต้านทาน

เลือกใช้ค่าความต้านทานที่มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อจำกัดกระแส

   วงจรเปรียบเทียบแรงดัน โดยใช้ไอซีเบอร์ LP339 แรงดันอ้างอิงของมันที่ขาอินพุตไม่กลับเฟตนั้น ถูกกำหนดจากอัตราส่วนของ R1 และ R2 ที่ต่อเป็นวงจรแบ่งแรงดัน R1 และ R2 สามารถกำหนดให้มีค่ามากๆ จนถึงหลายๆ เมกะโอห์มได้ เพราะค่ากระแสเพียงเล็กน้อยที่ไหลผ่านค่าความต้านทานสูงๆ จะมีผลกระทบต่อแรงดันอ้างอิงเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นค่าต่ำก็จะมีการสูญเสียกระแสไฟฟ้ามากขึ้น

ที่เอาต์พุตตัวต้านทานพูลอัพควรจะต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับโหลดด้วย ถ้านำเอาต์พุตไปขับ CMOS ค่าของ R3 ก็อาจจะสูงถึง 1 เมกะโอห์มได้

แนวทางอื่นๆ

   นอกเหนือไปจากการเลือกอุปกรณ์แล้ว ยังมีแนวทางอื่นๆ ที่ช่วยในการประหยัดพลังงานได้อีก ไม่ว่าจะเป็นความเร็วของสัญญาณนาฬิกา, การออกแบบลายทองแดง สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการใช้กำลังไฟฟ้าในวงจรทั้งสิ้น

ขาอินพุตใดไม่ใช้ต่อลงกราวด์หรือไฟเลี้ยงให้หมด

   ถ้าเราให้อินพุตของ CMOS ปล่อยลอยไว้ มันสามารถจะทำให้เกิดการเลื่อนไหลของกระแสภายในชิ้นสารกึ่งตัวนำหรือที่เรียกว่า การดริฟต์ (drift) และผลที่จะตามมาก็คือ มันจะนำกระแสได้ ซึ่งแน่นอนเราต้องสิ้นเปลืองกำลังงานไฟฟ้าไปกับเกตบางตัวที่ไม่ได้ใช้งาน

สำหรับ HCMOS ทุกตัวจะมีค่าความต้านทานภายในของมันเองอยู่แล้ว ดังนั้นจึงสามารถจะต่อมันเข้ากับไปเลี้ยงหรือกราวด์ได้โดยตรงถ้าต้องการ โดยไม่ต้องมีการต่อตัวต้านทานภายนอกแต่ประการใด

อย่างไรก็ตาม ในการต่อขาอินพุตของ CMOS ใดๆ กับกราวด์หรือไฟเลี้ยงนั้น เพื่อให้แน่ใจว่าทำได้แน่ๆ ควรจะเปิดดูคู่มือเสียก่อน เพราะบางตัวนั้นจะมีการพูลอัพอยู่ภายในตัวแล้ว ถึงแม้ว่าอินพุตนั้นจะต่ออยู่กับเอาต์พุตของตัวอื่นก็ตาม แต่มันก็ยังดูเหมือนกับว่าปล่อยลอยได้เช่นกัน ถ้าเอาต์พุตนั้นอยู่ในสภาวะไฮอิมพีแดนซ์ ดังนั้นถ้ามันจำเป็นต้องต่อในลักษณะนี้ ทางที่ดีควรจะต้องต่อตัวต้านทานพูลอัพไว้ด้วย

ลดกำลังที่จะจ่ายให้กับอุปกรณ์เมื่อไม่ต้องการจะใช้

   การลดกำลังไฟที่จ่ายให้แก่อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำในช่วงที่ไม่สามารถทำงานได้หรืออยู่ในช่วงหยุดทำงานก็เป็นการช่วยประหยัดอีกทางหนึ่ง แต่สิ่งที่ควรระมัดระวังคือ ต้องแน่ใจว่าการไม่จ่ายกำลังไฟฟ้าให้กับส่วนที่ไม่ได้ทำงานนั้นจะไม่เป็นทิ้งพลังงานไปเสียโดยเปล่าประโยชน์ หรือทิ้งขาอินพุตอันใดเปิดอยู่ ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในวงจรได้

ดังนั้นจึงควรเพิ่มตัวต้านทานพูลอัพ และพูลดาวน์เข้าที่ขาอินพุตที่เปิด และนำขาอินพุตทุกขาที่ไม่ได้ใช้ต่อลงกราวด์ให้หมด

ลดอัตราการทำงานให้น้อยที่สุด

   การลดอัตราการทำงานของมันลงให้น้อยที่สุด จะช่วยให้เกิดการประหยัดพลังงานได้เพราะว่า CMOS นั้นจะใช้กำลังไฟฟ้าในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น ทั้งนี้ไม่เป็นเพียงเฉพาะ CMOS เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง IC ตัวอื่นๆ ด้วย

ต้องให้การเปลี่ยนแปลงสภาวะเป็นไปอย่างรวดเร็ว

   ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า CMOS นั้นจะใช้กำลังงานมากก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาวะ เมื่อเราป้อนสัญญาณรูปซายน์ หรือสัญญาณรูปสามเหลี่ยมหรือสัญญาณอื่นๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงช้าๆ เข้ามาที่อินพุตของ CMOS จะทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานมากกว่าสัญญาณที่เป็นรูปที่เหลี่ยม ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาวะได้เร็วกว่า ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงสัญญาณอินพุตที่มีการเปลี่ยนแปลงช้ากว่า 25-500 มิลลิวินาที

จัดรวมกลุ่มอุปกรณ์ในวงจรไว้ใกล้ๆ กัน

   ระยะทางของลายทองแดงที่สั้นๆ จะสามารถลดโหลดที่เป็นคาปาซิทีฟโหลดอันเกิดจากระยะทางของลายทองแดงลงได้โดยเฉพาะในย่านความถี่สูงๆ

ตรวจสอบครั้งสุดท้าย

   เมื่อคุณคิดว่าคุณได้ทำในสิ่งที่คุณทำได้ทั้งหมดแล้วจงตรวจสอบดูอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะดูว่าสามารถประหยัดอะไรได้มากกว่านี้อีกไหม โดยตรวจสอบดูกับแนวทางที่ให้ไว้ หรือตรวจดูกับคู่มือที่มีของอุปกรณ์แต่ละตัวด้วยก็ได้

เมื่อคุณคิดว่าคุณได้ทำในสิ่งที่คุณทำได้ทั้งหมดแล้วจงตรวจสอบดูอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะดูว่าสามารถประหยัดอะไรได้มากกว่านี้อีกไหม โดยตรวจสอบดูกับแนวทางที่ให้ไว้ หรือตรวจดูกับคู่มือที่มีของอุปกรณ์แต่ละตัวด้วยก็ได้

“ช่วยกันประหยัดพลังงานวันนี้ เพื่อจะได้มีพลังงานใช้ในวันหน้า”