รูปแบบของหลอดไส้

รูปแบบของหลอดไส้

   สมัยก่อนบางหมู่บ้านเคยมีข่าวออกมาว่าหมู่บ้านนั้นๆ ไม่มีไฟฟ้าใช้มาร่วม 20 ปี เขาอยู่กันมาอย่างไร ไม่มีใครรู้ แต่ตอนนี้มีไฟฟ้าใช้แล้วก็น่าจะสะสบายกันมากขึ้น เรามาพูดถึงเรื่องหลอดไฟกันบ้างดีกว่า

   เมื่อก่อนนี้ก่อนที่จะมาเป็นหลอดไฟ led เราคงเคยเห็นหลอดไฟแบบต่างๆ ทั้งหลอดกลมๆ มีไส้ ไฟสีส้ม เมื่อก่อนใช้กันทุกครัวเรือน เป็นหลอดไฟที่ค่อนข้างกินไฟมาก และเมื่อเปิดใช้นานๆ จะมีความร้อนแผ่กระจายออกมาด้วย ไม่ต้องแปลกใจที่บางครั้งเรานั่งใกล้หลอดไฟเหล่านี้ อาจจะรู้สึกร้อนขึ้นมาได้ เพราะด้วยคุณสมบัติที่มีความร้อนแผ่กระจายของหลอดไส้นี้ ปัจจุบันเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด จึงมักนำมาติดภายในโรงเรือน เพื่อให้ความอบอุ่นแก่สัตว์ หรือใช้ในการฟักไข่ไก่ เป็นต้น

   ไส้ของหลอดไฟมีการออกแบบออกมาหลายชนิดเพื่อให้เหมาะต่อการใช้งานในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะมีอยู่ 3 แบบ คือ

   1. ไส้หลอดแบบเอส เป็นหลอดไฟที่ใช้ตามงานทั่วไป เป็นหลอดยาวที่ยึดติดกับฐานยึดไส้หลอด มีความร้อนมาก

   2. ไส้หลอดแบบซี มีลักษณะเป็นขด มีความร้อนน้อย มีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าหลอดแบบเอส

   3. ไส้หลอดแบบดับเบิ้ลซี มีลักษณะเป็นหลอดไส้แบบขดซ้อนๆ กันอยู่ภายใน เป็นการกระจายความร้อนร่วมกัน ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น

   หลังจากที่เคยเห็นหลอดไฟกลม หรือที่เรียกว่าเป็นหลอดสแตนดาดแบบมีไส้ไปแล้ว ต่อมาก็มีการผลิตหลอดไฟแบบใหม่ หรือหลอดไฟไส้เหมือนกันแต่เพียงปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ดูดีมากขึ้น และให้แสงไฟเป็นสีขาว เป็นหลอดไฟบ้านเรือนที่ต้องมีบัลลาสต์เพื่อใช้ช่วยติดไฟ หรือเรีกกันว่า หลอดลูมิไลน์ ซึ่งคล้ายๆ กับหลอดฟลูออเรสเซ้นต์ แต่ไม่ใช่หลอดที่เป็นหลอดยาวๆ มีหลายแบบ มีทั้งแบบยาวมาก แบบสั้นๆ ก็มีเราก็เคยเห็นกันอยู่บ่อยๆ รู้ไหมว่าความสั้นยาวของไส้หลอดไฟเกิดขึ้นเพราะอะไร? ที่ไส้หลอดมีความสั้นยาวก็เนื่องมาจากแรงดันของไฟฟ้าที่ใช้นั่นเอง